วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
Learning Log Week09
-การอัพโหลด Joomla! ขึ้น free hosting
สิ่งที่จะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม /ต้องเตรียมมาครั้งหน้า
- นำเสนอร์เว็บไซต์ของกลุ่มที่เสร็จสมบูรณ์
ข้อคิดเห็นอื่นๆ
- ต้องกลับไปศึกษาเพิ่งเติมนอกเวลาเรียน
Learning Log Week 08
สิ่งที่ได้เรียนรู้
- Workshop การสร้างเว็บไซต์ด้วย joomla!
สิ่งที่จะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม/ต้องเตรียมมาครั้งหน้า
- โครงร่างเว็บไซต์ที่จะทำ
ข้อคิดเห็นอื่นๆ
- ตามไม่ทันคะ เร็วมาก
วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553
Learning Log Week 07
CMS & LMS
CMS : Comntent Management System
-ระบบที่นำมาช่วยในการสร้างและบริหารเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป
-ผู้ใช้งานแทบไม่ต้องมีความรู้ในด้านการเขียนโปรแกรม
-ประกอบด้วยระบบย่อยๆต่างๆ เช่น
>ระบบจัดการบทความและข่าวสาร(New and Story)
>ระบบจัดการบทวิจารณ์ (Review)
>ระบบจัดการสมาชิก (Member)
>ระบบสืบค้นข้อมูล (Search)
>ระบบจัดการไฟล์ดาวน์โหลด (Download)
>ระบบจัดการป้ายโฆษณา (Banner)
>ระบบวิเคราะห์และตรวจสอบสถิติความนิยมในเว็บไซต์ (Analysis Tracking and Statistics)
Softwareที่ใช้สร้าง CMS
-WordPress.ORG ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน หน่วยงานที่ใช้บริการ WordPress.ORG คือ CNN
-Drupal เนื้อหาต่างๆถูกเก็บในฐานข้อมูลในรูปแบบไดนามิก แสดงเนื้อหาแก่ผู้ใช้งานทางเว็บบราวเซอร์
-Google Sites อีกบริการหนึ่งของ Google ในการสร้างเว็บไซต์ ใช้งานง่าย แต่ไม่สามารถปรับแต่งรูปแบบตามความต้องการได้มากนัก
-Mambo เคยเป็นต้นแบของ Joomla!
-Joomla ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ตกแต่งได้ตามความต้องการ ฟังก์ชันมากมาย
LMS : Learning Management System
ระบบที่นำเสนอความรู้ จัดเก็บข้อมูลเพื่อติดตามสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นและสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนอีเลิร์นนิ่งให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย โดยเป็นสภาพแวดล้อมการเรียนการสอน เช่น
>การสร้างบทเรียน การสร้างกิจกรรมออนไลน์
>การสร้างแบบทดสอบออนไลน์
>การตรวจสอบเวลาเรียนของผู้เรียน
>การตรวจสอบการทำกิจกรรมให้คะแนนผู้เรียน
>การจัดการประเมินออนไลน์
>ฯลฯ
-Blackboard เป็น LMS แบบ Liscene มีลิขสิทธิ์ จึงต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ จุฬาฯใช้อยู่ ไม่ค่อยยืดหยุ่น ปรัปรุงแก้ไขลำบาก
-TCU-LMS มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย ระบบที่ใช้เรียนอีเลินนิ่ง
-Sakai Project สนับสนุนสถานศึกษาให้จัดการเรียนการสอนออนไลน์
-ATutor ออกแบบให้สามารถใช้งาน ปรับแต่งระบบได้ตามความต้องการของผู้ใช้
-Moodle ได้รับความนิยมมากสุดในปัจจุบัน ออกแบบได้ตามความต้องการ ฟังก์ชันมากมาย ข้อจำกัด คือ การออกแบบโครงสร้างค่อนข้างตายตัว
-Learnsquare พัฒนาโดย Nectec นักเรียนสามารถเรียนได้ตามอัธยาศัย มีวีดีโอที่สามารถโต้ตอบได้เหมือนเรียนในห้อง
ขั้นตอนการติดตั้ง AppServ เพื่อทดสอบ Joomla ในเครื่อง
1. Double Click Appserv-win32-2.5.9
2. Click Next
3. Click I Agree
4. เลือกตำแหน่งที่ต้องการติดตั้งโปรแกรม (ค่ามาตรฐานกำหนดที่ C:\AppServ) > Click Next
5. เลือก Component ที่ต้องการติดตั้ง Click Next
6. ระบุชื่อ Server ในช่อง Server Name (ใส่อัไรก็ได้ ปกติให้ตั้งว่า Localhost) และระบุ E-mail ของผู้ดูแลระบบที่ Administrator's Email Address > Click Next
7. ระบุรหัสผ่านของฐานข้อมูล ในช่อง Enter root password
8. ระบุระหัสผ่านอีกครั้งในช่อง Re-enter root password > Click Install
9. รอโปรแกรมติดตั้งจนเสร็จ Click Next
10.Click Finish
11.ไปยัง Folder Joomla ที่ได้เตรียมไว้ คลิกขวาที่ Folder Joomla > Copy
12.ไปยังตำแหน่งที่ติดตั้ง Appserv เอาไว้
13.ไปที่ Folder www
14.วาง Folder Joomla ที่ Copy ไว้
ขั้นตอนการติดตั้ง Joomla!
1. พิมพ์ที่อยู่เว็บที่ติดตั้ง Joomla ไว้
กรณีทดสอบระบบในเครื่องให้ใช้ http://lacalhost/ชื่อโฟล์เดอร์ที่ตั้งไว้
2. เลือกภาษาที่ต้องการ (ในที่นี้เลือก th-TH-Thai(ภาษาไทย)) > คลิกปุ่มถัดไป > คลิกปุ่มถัดไป
3. อ่านข้อตกลงเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ >คลิกปุ่มถัดไป
4. ระบุชื่อโฮสต์ ค่าทั่วไปคือ "Localhost"
5. ระบุชื่อผู้ใช้ฐานข้อมูล ค่าทั่วไปคือ "Root"
6. ระบุรหัสผ่าน
7. ระบุชื่อฐานข้อมูล joomla > คลิกปุ่มถัดไป
8. > คลิกปุ่มถัดไป
9. ระบุชื่อเว็บไซต์ My Website
10.ระบุ E-mail ของผู้ดูแลระบบ
11.ระบุรหัสผ่านของผู้ดูแลระบบ
12.ยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง > คลิกปุ่มถัดไป > คลิกปุ่มตกลง
13.คลิกปุ่มดูหน้าเว็บไซต์เพื่อดูตัวอย่าง
14.ให้ลบโฟลเดอร์ installation ใน Folder Joomla ที่เราติดตั้งไว้ก่อน จึงจะสามารถเปิดดูเว็บไซต์ได้
Front-end และ Back-end
Front-end หน้าเว็บไซต์แสดงเนื้อหา
Back-end ส่วนของผู้ดูแลระบบ
Front-end >ระบุที่อยู่เว็บ http://lacalhost/ชื่อโฟลเดอร์ที่ตั้งไว้ ประกอบด้วยองค์ประกอบย่อยหลายๆส่วน เรียกว่า Module การแสดงผลบนหน้าเว็บของ Joomla จะถูกควบคุมด้วย Module ต่างๆ
Back-end >ระบุที่อยู่เว็บ http://localhost/ชื่อโฟลเดอร์ที่ตั้งไว้/administrator
เมนู1 Site การจัดการไฟล์ การตั้งค่าเบื้องต้น
เมนู 2 Menus จัดการเมนูและลิงค์
เมนู 3 Content จัดการกลุ่มของบทความ
เมนู 4 Component จัดการ Componentต่างๆ
เมนู 5 Extensions การปรับตั้งค่าอื่นๆ
เมนู 6 Tools รวบรวมเครื่องมือสนับสนุนการทำงานในระบบต่างๆ
เมนู 7 Help รวบรวมข้อมูลให้ความช่วยเหลือต่างๆ
การจัดการคอนเทนต์บน Joomla!
โครงสร้างการจัด Content บน Joomla ประกอบด้วยโครงสร้าง 3 ส่วน คือ
1. Article คือ ข้อมูลหรือเนื้อหาในแต่ละหน้าของเว็บไซต์
2. Category หมวดหมู่ย่อยของ Article ซึ่งเก็บรวบรวม Article ที่อยู่ในหมวดเดียวกัน
3. Section คือ หมวดหมู่หลักของ Article ซึ่งเก็บรวบรวม Category ที่อยู่ในหมวดเดียวกันไว้ด้วยกัน
Section – Category – Article
ในกรณีที่เว็บไซต์ไม่ใหญ่และต้องการความรวดเร็ว ผู้ใช้สามารถสร้าง Article ไม่ให้จัดอยู่ในหมวดหมู่ใดก็ได้ ถือว่าเป็น Article แบบโดดๆ ที่เรียกว่า Uncategorized มักใช้กับข้อมูลเฉพาะที่ไม่มีการแก้ไขหรือไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักเช่นเงื่อนไขลิขสิทธิ์ หรือกฎระเบียบข้อตกลง
SME วิธีการสร้างบทความใหม่ใน Joomla
วิธีสร้างกรอบเมนู และ Sub menu
วิธีการใช้ Joomla Extension
เลือกธีมมาตกต่างหน้าเว็บ
สิ่งที่ต้องเตรียม
ศึกษาการใช้ Joomla เพิ่มเติม
ข้อเสนอแนะ
กิจกรรมกลุ่มวันนี้ทำให้รู้สึกไม่น่าเบื่อค่ะ
วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Learning Log Week 05
การตั้งค่าไซต์
-->เปิดโปรแกรม Macromedia Dreamwever8
-->เลือกเมนู Site > Manage site > คลืกปุ่ม New...> เลือกคำสั่ง Site > ระบุชื่อ Site ที่ต้องการ > Next
-->ตั้งค่า Server Technology เนื่องจากเราจะสร้างเว็บไซต์ที่เป็นแบบ html ธรรมดา เลือก No > Next
-->ระบุตำแหน่งที่ใช้เก็บไฟล์ต่างๆของเว็บไซต์ ระบุชื่อ Folder (ถ้าสร้างไว้อยู่แล้วก็ไม่ต้อง) > Next
-->ตั้งค่า Remote Server เนื่องจากเราต้องการสร้างเว็บไซต์ html ธรรมดา จึงเลือก None > Next
-->ตั้งค่าทุกอย่างเรียบร้อย > Done เสร็จสิ้นการตั้งค่า Site
-->กลับมาที่หน้า Manage Site > เลือก Site ที่เราสร้างไว้ > Done
-->สร้างเว็บเพจมาสักเว็บ ลองบันทึกดู
-->จะเห็นว่าไฟล์ถูกบันทึกไว้ใน Folder ที่เราตั้งค่าไว้ ถ้าเราใส่รูปภาพต่างๆลงไป ภาพเหล่านั้นจะถูกคัดลอกไปยัง Folder ที่เราตั้งค่า Site ไว้
การตั้งค่าภาษา
เพื่อให้แสดงภาษาไทยที่สมบูรณ์ กลับมาแก้ไขได้อีก
หลังจากสร้างไฟล์เว็บเพจขึ้นมาใหม่แล้ว
-->คลิกปุ่ม Page Properties > เลือก Title/Encoding > เลือก Encoding เป็น Unicode(UTP-8) > ok
เสร็จสิ้นขั้นตอนการตั้งค่าภาษาไทย
การตั้งค่าเว็บเพจเบื้องต้น
--> คลิกปุ่ม Page Properties... > Catagory
-Appearance การกำหนดค่าแสดงผลทั่วไปของเว็บเพจ เช่น กำหนด Fontมาตรฐานที่จะใช้ ขนาด สีอักษร สีพื้นหลัง เป็นต้น
-Links กำหนดลักษณะตัวเชื่อมโยงภายในเว็บเพจ เช่น ตัวอักษร สี เป็นต้น
-Heading เป็นการกำหนดรูปแบบหัวข้อเอาไว้สำหรับใช้ใน Webpage ใช้แทร็ก แล้วตามด้วยหมายเลขของรูปแบบที่จะใช้ได้เลย
-Title/Encoding เป็นการตั้งชื่อให้หัวข้อของ Webpage ที่อยู่บนบราวเซอร์ หรือตั้งค่าภาษา
-Tracing Image การนำเอาภาพมาวางบนหน้าเว็บไซต์ เพื่อใช้เป็นแบบในการออกแบบ โดยที่ภาพดังกล่าวจะเหมือนแผ่นใส จะไม่มีปรากฏอยู่จริงเมื่อนำไปเปิดบนเว็บบราวเซอร์
การสร้างตาราง
-->เลือเมนู Insert > Table อีกทางเลือกนึง คลิกไอคอน Table ในแถบเครื่องมือ Command ก็ได้เช่นเดียวกัน
-->สร้างตารางที่มี Rows 2 Colums 2 ปรับขนาดของตารางให้กว้างขึ้นตามขนาดของเว็บเพจที่เต้องการ ถ้าเลือกหน่วยเป็น pixel ตารางจะมีความกว้างคงที่ ตามค่าที่ระบุ ถ้าเลือกหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ ความกว้างจะเปลี่ยนแปลงตามขนาดของหน้าจอ เช่น 100% จะมีขนาดเต็มหน้าจอ
-->คลิกที่ช่องตารางด้านล่างซ้าย แทรกตารางขนาด Rows 6 Colums 1 ซ้อนขึ้นมาเพื่อจัดรูปแบบเมนู ย่อความกว้างของตารางให้เล็กลงทั้งตารางย่อยและตารางหลัก
-->คลิกที่แทป Table อันที่ 2 ที่เป็นตารางย่อย ปรับ Align เพื่อให้ตารางมาอยู่ตรงกลาง
การใช้ตารางช่วยจัดองค์ประกอบของเว็บ
-->นำ Folder รูปภาพที่เราเตรียมไว้ไปใส่ใน Folder ที่ตั้งค่า Site ไว้
-->เลือกเมนู Insert > Image สามารถคลิกไอคอนที่แถบเครื่องมือ Command ได้เช่นกัน หรือดึงมาจากหน้าต่างไฟล์ด้านข้างก็ได้
-->จะปรากฏหน้าต่างให้ระบุข้อความกำกับภาพ > Ok จะเห็นว่าภาพมีขนาดใหญ่กว่าตาราง
-->รวมตารางด้านบนไว้ด้วยกันด้วยการกด Shift เลือกตารางทั้ง 2 > คลิกขวา > Table > Merge Cells
-->จะเห็นว่าตารางยังมีขนาดไม่พอดีกับค่าเดิมที่ตั้งไว้ คลิกที่ตัวเลขด้านล่าง > Make All Widths Consistent เพื่อทำให้ตารางมีขนาดเท่ากับภาพได้
-->นำรูปภาพเมนูมาใส่ในตารางย่อยที่สร้างไว้ ใส่เมนูทางด้านซ้ายให้ครบ จะเห็นว่าจำนวนตารางไม่พอ คลิก
