วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553

Learning Log Week 07

สิ่งที่ได้เรียนรู้

CMS & LMS

CMS : Comntent Management System
-ระบบที่นำมาช่วยในการสร้างและบริหารเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป
-ผู้ใช้งานแทบไม่ต้องมีความรู้ในด้านการเขียนโปรแกรม
-ประกอบด้วยระบบย่อยๆต่างๆ เช่น
>ระบบจัดการบทความและข่าวสาร(New and Story)
>ระบบจัดการบทวิจารณ์ (Review)
>ระบบจัดการสมาชิก (Member)
>ระบบสืบค้นข้อมูล (Search)
>ระบบจัดการไฟล์ดาวน์โหลด (Download)
>ระบบจัดการป้ายโฆษณา (Banner)
>ระบบวิเคราะห์และตรวจสอบสถิติความนิยมในเว็บไซต์ (Analysis Tracking and Statistics)
Softwareที่ใช้สร้าง CMS
-WordPress.ORG ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน หน่วยงานที่ใช้บริการ WordPress.ORG คือ CNN
-Drupal เนื้อหาต่างๆถูกเก็บในฐานข้อมูลในรูปแบบไดนามิก แสดงเนื้อหาแก่ผู้ใช้งานทางเว็บบราวเซอร์
-Google Sites อีกบริการหนึ่งของ Google ในการสร้างเว็บไซต์ ใช้งานง่าย แต่ไม่สามารถปรับแต่งรูปแบบตามความต้องการได้มากนัก
-Mambo เคยเป็นต้นแบของ Joomla!
-Joomla ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ตกแต่งได้ตามความต้องการ ฟังก์ชันมากมาย

LMS : Learning Management System
ระบบที่นำเสนอความรู้ จัดเก็บข้อมูลเพื่อติดตามสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นและสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนอีเลิร์นนิ่งให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย โดยเป็นสภาพแวดล้อมการเรียนการสอน เช่น
>การสร้างบทเรียน การสร้างกิจกรรมออนไลน์
>การสร้างแบบทดสอบออนไลน์
>การตรวจสอบเวลาเรียนของผู้เรียน
>การตรวจสอบการทำกิจกรรมให้คะแนนผู้เรียน
>การจัดการประเมินออนไลน์
>ฯลฯ
-Blackboard เป็น LMS แบบ Liscene มีลิขสิทธิ์ จึงต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ จุฬาฯใช้อยู่ ไม่ค่อยยืดหยุ่น ปรัปรุงแก้ไขลำบาก
-TCU-LMS มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย ระบบที่ใช้เรียนอีเลินนิ่ง
-Sakai Project สนับสนุนสถานศึกษาให้จัดการเรียนการสอนออนไลน์
-ATutor ออกแบบให้สามารถใช้งาน ปรับแต่งระบบได้ตามความต้องการของผู้ใช้
-Moodle ได้รับความนิยมมากสุดในปัจจุบัน ออกแบบได้ตามความต้องการ ฟังก์ชันมากมาย ข้อจำกัด คือ การออกแบบโครงสร้างค่อนข้างตายตัว
-Learnsquare พัฒนาโดย Nectec นักเรียนสามารถเรียนได้ตามอัธยาศัย มีวีดีโอที่สามารถโต้ตอบได้เหมือนเรียนในห้อง

ขั้นตอนการติดตั้ง AppServ เพื่อทดสอบ Joomla ในเครื่อง
1. Double Click Appserv-win32-2.5.9
2. Click Next
3. Click I Agree
4. เลือกตำแหน่งที่ต้องการติดตั้งโปรแกรม (ค่ามาตรฐานกำหนดที่ C:\AppServ) > Click Next
5. เลือก Component ที่ต้องการติดตั้ง Click Next
6. ระบุชื่อ Server ในช่อง Server Name (ใส่อัไรก็ได้ ปกติให้ตั้งว่า Localhost) และระบุ E-mail ของผู้ดูแลระบบที่ Administrator's Email Address > Click Next
7. ระบุรหัสผ่านของฐานข้อมูล ในช่อง Enter root password
8. ระบุระหัสผ่านอีกครั้งในช่อง Re-enter root password > Click Install
9. รอโปรแกรมติดตั้งจนเสร็จ Click Next
10.Click Finish
11.ไปยัง Folder Joomla ที่ได้เตรียมไว้ คลิกขวาที่ Folder Joomla > Copy
12.ไปยังตำแหน่งที่ติดตั้ง Appserv เอาไว้
13.ไปที่ Folder www
14.วาง Folder Joomla ที่ Copy ไว้

ขั้นตอนการติดตั้ง Joomla!
1. พิมพ์ที่อยู่เว็บที่ติดตั้ง Joomla ไว้
กรณีทดสอบระบบในเครื่องให้ใช้ http://lacalhost/ชื่อโฟล์เดอร์ที่ตั้งไว้
2. เลือกภาษาที่ต้องการ (ในที่นี้เลือก th-TH-Thai(ภาษาไทย)) > คลิกปุ่มถัดไป > คลิกปุ่มถัดไป
3. อ่านข้อตกลงเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ >คลิกปุ่มถัดไป
4. ระบุชื่อโฮสต์ ค่าทั่วไปคือ "Localhost"
5. ระบุชื่อผู้ใช้ฐานข้อมูล ค่าทั่วไปคือ "Root"
6. ระบุรหัสผ่าน
7. ระบุชื่อฐานข้อมูล joomla > คลิกปุ่มถัดไป
8. > คลิกปุ่มถัดไป
9. ระบุชื่อเว็บไซต์ My Website
10.ระบุ E-mail ของผู้ดูแลระบบ
11.ระบุรหัสผ่านของผู้ดูแลระบบ
12.ยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง > คลิกปุ่มถัดไป > คลิกปุ่มตกลง
13.คลิกปุ่มดูหน้าเว็บไซต์เพื่อดูตัวอย่าง
14.ให้ลบโฟลเดอร์ installation ใน Folder Joomla ที่เราติดตั้งไว้ก่อน จึงจะสามารถเปิดดูเว็บไซต์ได้

Front-end และ Back-end

Front-end หน้าเว็บไซต์แสดงเนื้อหา
Back-end ส่วนของผู้ดูแลระบบ

Front-end >ระบุที่อยู่เว็บ http://lacalhost/ชื่อโฟลเดอร์ที่ตั้งไว้ ประกอบด้วยองค์ประกอบย่อยหลายๆส่วน เรียกว่า Module การแสดงผลบนหน้าเว็บของ Joomla จะถูกควบคุมด้วย Module ต่างๆ

Back-end >ระบุที่อยู่เว็บ http://localhost/ชื่อโฟลเดอร์ที่ตั้งไว้/administrator
เมนู1 Site การจัดการไฟล์ การตั้งค่าเบื้องต้น
เมนู 2 Menus จัดการเมนูและลิงค์
เมนู 3 Content จัดการกลุ่มของบทความ
เมนู 4 Component จัดการ Componentต่างๆ
เมนู 5 Extensions การปรับตั้งค่าอื่นๆ
เมนู 6 Tools รวบรวมเครื่องมือสนับสนุนการทำงานในระบบต่างๆ
เมนู 7 Help รวบรวมข้อมูลให้ความช่วยเหลือต่างๆ

การจัดการคอนเทนต์บน Joomla!
โครงสร้างการจัด Content บน Joomla ประกอบด้วยโครงสร้าง 3 ส่วน คือ
1. Article คือ ข้อมูลหรือเนื้อหาในแต่ละหน้าของเว็บไซต์
2. Category หมวดหมู่ย่อยของ Article ซึ่งเก็บรวบรวม Article ที่อยู่ในหมวดเดียวกัน
3. Section คือ หมวดหมู่หลักของ Article ซึ่งเก็บรวบรวม Category ที่อยู่ในหมวดเดียวกันไว้ด้วยกัน
Section – Category – Article

ในกรณีที่เว็บไซต์ไม่ใหญ่และต้องการความรวดเร็ว ผู้ใช้สามารถสร้าง Article ไม่ให้จัดอยู่ในหมวดหมู่ใดก็ได้ ถือว่าเป็น Article แบบโดดๆ ที่เรียกว่า Uncategorized มักใช้กับข้อมูลเฉพาะที่ไม่มีการแก้ไขหรือไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักเช่นเงื่อนไขลิขสิทธิ์ หรือกฎระเบียบข้อตกลง

SME วิธีการสร้างบทความใหม่ใน Joomla
วิธีสร้างกรอบเมนู และ Sub menu
วิธีการใช้ Joomla Extension
เลือกธีมมาตกต่างหน้าเว็บ

สิ่งที่ต้องเตรียม
ศึกษาการใช้ Joomla เพิ่มเติม

ข้อเสนอแนะ
กิจกรรมกลุ่มวันนี้ทำให้รู้สึกไม่น่าเบื่อค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Lenka- Trouble Is A Friend